21 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้ว่าฯ กระบี่ กำชับร่วมกันป้องกันมลภาวะจากฝุ่นละอองในอากาศ เพื่อรักษา คุณภาพอากาศของเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติระดับนานาชาติ

พันตำรวจโท หม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่ มีความห่วงใยในเรื่องคุณภาพอากาศในพื้นที่ จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าระวังติดตามป้องกันไม่ให้เกิดภาวะจากฝุ่นละออง ที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งได้ติดตามในส่วนของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดี ไม่เกิดปัญหาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ไม่มีสำนักงานตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต้องใช้การตรวจวัดของจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาเทียบเคียง อย่างไรก็ตาม ได้มีชุด Mobile ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่พร้อมจะเคลื่อนย้ายมาตรวจวัดคุณภาพอากาศได้ทันที อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ขณะนี้ เริ่มเข้าสู่ช่วงของหน้าแล้ง เกษตรกรจะมีการเผาในที่โล่ง เช่น ในพื้นที่สวนยางสวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุ หรือการปรับพื้นที่เพื่อทำการผู้ปลูกฤดูใหม่

นอกจากนี้ ในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงมิถุนายน จะมีควันจากการเผาป่าที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย ถูกลมพัดพาเข้ามาในพื้นที่ แต่จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศยังไม่อยู่ในระดับอันตราย สิ่งที่ต้องช่วยกันในพื้นที่ คือ เรื่องควันดำจากรถ ซึ่งสำนักงานขนส่งจังหวัดได้ออกตรวจ และมีแผนตรวจรถยนต์ราชการทุกแห่งด้วย

ทางด้านอุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ ได้จัดทำแผนตรวจโรงงานกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการปล่อยมลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง 15 โรงงาน กลุ่มโรงงานที่มีการใช้หม้อไอน้ำที่มีฝุ่นละอองและเขม่าควัน เช่น โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โรงงานแปรรูปไม้ยางพาราที่มีการอัดน้ำยาไม้และอบไม้ โรงไฟฟ้าได้แจ้งให้ตรวจวัด และวิเคราะห์คุณภาพอากาศจากปล่องระบายอากาศ ซึ่งได้ร่วมกับศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคใต้ จัดส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปล่องระบายอากาศ พบว่ามีค่าอากาศไม่เกินคุณภาพมาตรฐานที่กำหนด อย่างไรก็ตาม การตรวจวัดจะเสร็จสิ้นตามแผนในวันที่ 1 มีนาคม 2562

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้กล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องกันการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในจังหวัดกระบี่ ขอความร่วมมือประชาชน เกษตรกรงดการเผาพื้นที่ทางการเกษตร รวมถึงกระทำการให้เกิดหมอกควันในพื้นที่ พร้อมมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาเรื่องของระเบียบข้อกฎหมายที่จะต้องเอาผิดกับผู้ที่กระทำการฝ่าฝืน เพื่อป้องกันมลพิษ ที่ทำให้เกิด ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ที่มา : http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190221084454065